ตัวบทนี้จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการแปลภาษา/การศึกษา และไม่ถือว่ามีผลทางกฎหมาย ทั้งนี้ ให้ยึดถือบทบัญญัติต้นฉบับภาษาไทยเท่านั้น ซึ่งได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการและมีผลทางกฎหมาย ตามไฟล์ PDF ที่แนบ
DISCLAIMER: This text has been provided for translation/educational purposes and contains no legal authority. The original text in Thai language shall be accounted as formally adopted and published in attached PDF file; hence, the sole authority with legal force.
ประกาศ
เริ่มใช้บังคับ : 25 มิ.ย. 2569

ประกาศกรมเจ้าท่า ที่ 110/2569 เรื่อง การจัดอัตรากำลังสำหรับเรือเดินทะเล

Marine Department Notification No. 110/2569 on Minimum Safe Manning


ประกาศกรมเจ้าท่า

ที่ ๑๑๐ / ๒๕๖๙

เรื่อง การจัดอัตรากำลังสำหรับเรือเดินทะเล

          อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗๑ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติแรงงานทางทะเล พ.ศ. ๒๕๕๘ กำหนดหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขการจัดอัตรากำลังสำหรับเรือเดินทะเลในแต่ละประเภทและขนาด อธิบดีกรมเจ้าท่าจึงประกาศกำหนด ดังต่อไปนี้

          ข้อ ๑ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

          ข้อ ๒ ให้ยกเลิกประกาศกรมเจ้าท่า ที่ ๒๓/๒๕๖๒ เรื่อง การจัดอัตรากำลังสำหรับเรือเดินทะเล ลงวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ และให้ใช้ประกาศนี้แทน

          ข้อ ๓ การจัดอัตรากำลังสำหรับเรือเดินทะเลให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(๑) การจัดอัตรากำลัง ต้องกระทำเพื่อให้แน่ใจว่าคนประจำเรือ มีระดับตำแหน่ง และจำนวนที่เหมาะสม และเพียงพอต่อความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน รวมถึงการป้องกันมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเล

(๒) การจัดอัตรากำลังขั้นต่ำเพื่อความปลอดภัย ให้คำนึงถึง

(ก) ขนาดและประเภทของเรือ

(ข) จำนวน ขนาด และชนิดของเครื่องจักรขับเคลื่อนและเครื่องจักรช่วย

(ค) ระดับของการควบคุมอัตโนมัติบนเรือ

(ง) โครงสร้างและอุปกรณ์ประจำเรือ

(จ) วิธีการบำรุงรักษาเรือ

(ฉ) ลักษณะและรูปแบบของสินค้า

(ช) ความถี่ของการเข้าเมืองท่า ระยะทาง และเส้นทางเดินเรือ

(ซ) เขตการเดินเรือ และลักษณะการปฏิบัติงานของเรือ

(ฌ) การฝึกอบรมบนเรือ

(ญ) ระดับของการสนับสนุนจากบริษัทที่บริหารเรือ

(ฎ) ข้อกำหนดว่าด้วยจำนวนชั่วโมงการทำงานและพักผ่อน และ

(ฏ) มาตรการตามแผนรักษาความปลอดภัยประจำเรือ

(๓) การจัดอัตรากำลังขั้นต่ำเพื่อความปลอดภัย ให้พิจารณาถึงการปฏิบัติงานตามหน้าที่รับผิดชอบของคนประจำเรือ ซึ่งประกอบด้วย

(ก) การเดินเรือ ประกอบด้วย ภารกิจหน้าที่และความรับผิดชอบในการวางแผน
การเดินเรือเข้ายามเดินเรือตามข้อกำหนดของอนุสัญญาและกฎหมายการควบคุมและบังคับเรือในทุกสภาวการณ์ และการเทียบท่าและออกจากท่าอย่างปลอดภัย กรณีเรือที่มีขนาดเกินกว่า 3,000 ตันกรอสส์ ให้มีการจัดการ
เข้ายามสามผลัด และไม่ควรให้นายเรือเข้ายามในระบบเข้ายามสามผลัด

(ข) การจัดการและจัดเก็บสินค้า ประกอบด้วย ภารกิจ หน้าที่และความรับผิดชอบในการวางแผน ตรวจตรา และตรวจสอบความปลอดภัยในการบรรจุ การจัดเก็บ การดูแลสินค้าในระหว่าง
เดินทาง รวมถึงการขนถ่ายสินค้า

(ค) การปฏิบัติงานของเรือและการดูแลบุคคลทั้งหมดบนเรือ ประกอบด้วย
ภารกิจ หน้าที่ และความรับผิดชอบในการรักษาความปลอดภัยของบุคคลบนเรือ ดูแลรักษาอุปกรณ์ช่วยชีวิต
อุปกรณ์ดับเพลิง และระบบความปลอดภัยให้อยู่ในสภาพใช้การได้ ตรวจสอบและรักษาการผนึกน้ำของเรือ ปฏิบัติการรวมพลและเคลื่อนย้ายบุคคลในกรณีฉุกเฉิน ดำเนินการป้องกันมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเล
ดูแลทางการแพทย์บนเรือ และบริหารจัดการความปลอดภัยในการปฏิบัติงานและการรักษาความปลอดภัย
ของเรือ

(ง) งานวิศวกรรมเรือ ประกอบด้วย ภารกิจ หน้าที่ และความรับผิดชอบในการใช้งาน ตรวจสอบเครื่องจักรขับเคลื่อนและเครื่องจักรช่วยของเรือ ประเมินประสิทธิภาพของเครื่องจักรเข้ายาม
ฝ่ายช่างกล ควบคุมและปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับน้ำมันใช้การและน้ำอับเฉา บำรุงรักษาเครื่องจักร ระบบ
การใช้งานต่าง ๆ ของเรือกรณีเรือที่มีขนาดกำลังขับเคลื่อนเกินกว่า ๓,๐๐๐ กิโลวัตต์ ให้มีการจัดการ
เข้ายามสามผลัด และไม่ควรให้ต้นกลเข้ายามในระบบเข้ายามสามผลัด

(จ) งานวิศวกรรมควบคุม อิเล็กทรอนิกส์และไฟฟ้า ประกอบด้วย ภารกิจ หน้าที่และความรับผิดชอบในการใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า
และอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่เรือใช้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน และทำงานเกี่ยวกับการควบคุมไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิคอล ต้องมีประกาศนียบัตรตามอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยมาตรฐานการฝึกอบรม การออกประกาศนียบัตรและการเข้ายามสำหรับคนประจำเรือ ค.ศ. ๑๙๗๘ ที่แก้ไขเพิ่มเติม ค.ศ. 1995 และ ค.ศ. ๒๐๑๐ (International Convention on Standards of Training, Certification and Watchkeeping for Seafarers as amended, including the 1978, 1995 as amendments and 2010 Manila amendments : STCW 2010)

(ฉ) การติดต่อสื่อสารทางวิทยุ ประกอบด้วย ภารกิจ หน้าที่ และความรับผิดชอบ
ในการส่งและรับข้อมูลข่าวสารโดยใช้อุปกรณ์วิทยุประจำเรือ การเข้ายามวิทยุ และดำเนินการให้สามารถใช้งานวิทยุได้ในกรณีฉุกเฉิน

(ช) การบำรุงรักษาและซ่อมทำ ประกอบด้วย ภารกิจ หน้าที่ และความรับผิดชอบในการบำรุงรักษาและซ่อมทำเรือ เครื่องจักร อุปกรณ์และระบบ ตามแผนการบำรุงรักษาและซ่อมทำ

(ซ) การจัดการความปลอดภัยของเรือ และการป้องกันมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเลในขณะที่เรือไม่ได้เดินทาง

(ฌ) การรักษามาตรฐานด้านสุขอนามัยและความสะอาดในเรือ

(ญ) การจัดอาหารและน้ำดื่มสำหรับบุคคลบนเรือ

          ข้อ ๔ ในการจัดอัตรากำลังขั้นต่ำเพื่อความปลอดภัยให้พิจารณาตามแนวทางที่ให้ไว้ ดังนี้

(1) ฝ่ายเดินเรือ

(2) ฝ่ายช่างกล

กรณีเรือที่ไม่ต้องมีการเข้ายามห้องเครื่องจักร (Unattended Machinery Spaces : UMS)

(3) เจ้าหน้าที่วิทยุ สำหรับเรือกลเดินทะเลใกล้ฝั่งและเรือกลเดินทะเลระหว่างประเทศที่เดินเรือในพื้นที่ทะเล เอ 1 และ เอ 2 (พื้นที่ทะเล เอ 2), เอ 1 เอ 2 และ เอ 3 (พื้นที่ทะเล เอ 3) และ เอ 1 เอ 2 เอ 3 และ เอ 4 (พื้นที่ทะเล เอ 4) เจ้าหน้าที่วิทยุต้องได้รับประกาศนียบัตรรับรองพนักงานวิทยุจีเอ็มดีเอสเอส (The Global Maritime Distress and Safety System, GMDSS) ชั้นประกาศนียบัตร GOC (General Operator Certificate) จำนวน 1 คน

(4) แพทย์ประจำเรือ จำนวนอย่างน้อย ๑ ราย สำหรับเรือกลเดินทะเลใกล้ฝั่ง และเรือกลเดินทะเลระหว่างประเทศ ที่มีจำนวนคนทั้งหมดบนเรือต่อลำนั้นตั้งแต่ ๑๐๐ คนขึ้นไปและมีช่วงเวลาเดินทางแต่ละครั้งนานกว่าสามวัน

(5) คนครัวต้องมีใบประกาศนียบัตรจากกรมเจ้าท่า หรือคนประจำเรือที่ได้รับมอบหมายให้ทำงานในแผนกจัดหาอาหารต้องมีใบผ่านการฝึกอบรมจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงานจำนวนอย่างน้อย ๑ ราย

          ข้อ ๕ เจ้าของเรือหรือตัวแทนต้องประเมินจำนวนและตำแหน่งของคนประจำเรือ และจัดทำข้อเสนอการจัดอัตรากำลังเพื่อการปฏิบัติงานที่ปลอดภัย โดยต้องแน่ใจว่า

(๑) การเข้ายามสามารถกระทำได้ตามมาตรฐาน และคนประจำเรือสามารถพักผ่อน
ได้อย่างเพียงพอ

(๒) คนประจำเรือต้องไม่ถูกกำหนดให้มีชั่วโมงการทำงานเกินกว่าระดับที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของเรือ

          ข้อ ๖ เจ้าของเรือหรือตัวแทนต้องจัดทำข้อเสนอการจัดอัตรากำลังคนประจำเรือ และเสนอต่อสำนักมาตรฐานเรือ กรมเจ้าท่า เพื่อพิจารณาก่อนการออกหนังสือรับรองคนประจำเรือเพื่อความปลอดภัยขั้นต่ำ (Minimum safe manning document) ตามแบบข้อเสนอการจัดอัตรากำลังคนประจำเรือในภาคผนวก
ที่แนบท้ายประกาศนี้

ข้อ ๗ กรณีเรือที่ต่อขึ้นใหม่ ให้เจ้าของเรือหรือตัวแทน หารือกับสำนักมาตรฐานเรือ ในการจัดทำข้อเสนอการจัดอัตรากำลังคนประจำเรือในขั้นตอนการอนุมัติแบบ

ข้อ ๘ สำนักมาตรฐานเรือ อาจขอให้แก้ไขการจัดอัตรากำลังคนประจำเรือ เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการจัดอัตรากำลังคนประจำเรือเพื่อความปลอดภัยได้ และกรณีมีการเปลี่ยนแปลงเขตการเดินเรืออุปกรณ์ หรือโครงสร้างเรือที่กระทบต่ออัตรากำลังคนประจำเรือ ให้เจ้าของเรือหรือตัวแทนยื่นข้อเสนอการจัดอัตรากำลัง คนประจำเรือเพื่อพิจารณาออกหนังสือรับรองจำนวนคนประจำเรือขั้นต่ำเพื่อความปลอดภัยฉบับใหม่

ข้อ ๙ กรณีเรือสนับสนุนกิจการนอกชายฝั่ง (Offshore support vessel : OSV) เรือสนับสนุน – จูงการจัดการสมอ (Anchor handling tug supply vessel : AHTS) และเรือสนับสนุนอุตสาหกรรมสำรวจและผลิตปิโตรเลียม (Support of industrial exploration and petroleum producer) ที่เป็นเรือสำหรับรับ-ส่งเจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมปิโตรเลียม (Crew boat) ซึ่งมีลักษณะและสภาพการปฏิบัติงานแตกต่างไป
จากเรือโดยทั่วไป เจ้าของเรือหรือตัวแทนต้องคำนึงถึงข้อจำกัดในเรื่องจำนวนชั่วโมงการทำงานตามมาตรฐาน และต้องจัดอัตรากำลังคนประจำเรือให้เหมาะสมสอดคล้องกัน ในการจัดอัตรากำลังขั้นต่ำเพื่อความปลอดภัย
ให้พิจารณาตามแนวทางที่ให้ไว้ ดังนี้

(1) ฝ่ายเดินเรือ

กรณีเรือสนับสนุนกิจการนอกชายฝั่ง (Offshore support vessel : OSV)
เรือสนับสนุน – จูงการจัดการสมอ (Anchor handling tug supply vessel : AHTS)

กรณีเรือสนับสนุนอุตสาหกรรมสำรวจ และผลิตปิโตรเลียม (Support of industrial exploration and petroleum producer) ที่เป็นเรือสำหรับ รับ-ส่ง เจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมปิโตรเลียม (Crew boat)

(2) ฝ่ายช่างกล

  กรณีเรือสนับสนุนกิจการนอกชายฝั่ง (Offshore support vessel : OSV)
เรือสนับสนุน – จูงการจัดการสมอ (Anchor handling tug supply vessel : AHTS)

          ข้อ ๑๐ กรณีเรือบรรทุกคนโดยสาร เจ้าของเรือหรือตัวแทนต้องคำนึงถึงความจำเป็น
ในการจัดอัตรากำลังคนประจำเรือเพื่อรองรับจัดการกลุ่มคนโดยสารในภาวะวิกฤติ รวมทั้งจำนวนคนประจำเรือที่ต้องรับผิดชอบเรือชูชีพและอุปกรณ์ชูชีพให้เหมาะสมสอดคล้องกัน

          ข้อ ๑๑ เจ้าของเรือหรือตัวแทน อาจจัดอัตรากำลังคนประจำเรือให้แตกต่างไปจากประกาศนี้ได้ หากพิสูจน์ได้ว่าเรือนั้นมีความก้าวหน้าในเชิงนวัตกรรมและเป็นสิ่งประดิษฐ์ใหม่ โดยต้องทำให้เป็นที่ประจักษ์ว่า การจัดอัตรากำลังคนประจำเรือนั้นมีระดับความปลอดภัยเทียบเท่ากับที่ได้ประกาศไว้

   ข้อ ๑๒ ให้เจ้าของเรือประเภทเรือกลเดินทะเลใกล้ฝั่งและเรือกลเดินทะเลระหว่างประเทศ สามารถใช้หนังสือรับรองคนประจำเรือเพื่อความปลอดภัยขั้นต่ำ (Minimum safe manning document)
ที่มีอยู่เดิมตามประกาศกรมเจ้าท่า ที่ ๒๓/๒๕๖๒ เรื่อง การจัดอัตรากำลังสำหรับเรือเดินทะเล ลงวันที่
๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ ต่อไปได้อีกหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

 

ประกาศ ณ วันที่ ๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๙

กริชเพชร ชัยช่วย

อธิบดีกรมเจ้าท่า